Nissan Juke Club Thailand นิสสัน จู๊คคลับ (ประเทศไทย)

ผู้เขียน หัวข้อ: 9 สัญญาณเตือนสำคัญ รถยนต์กำลังจะมีปัญหา!!!  (อ่าน 72 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ tawann8

  • สมาชิก 25 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 12644
  • กระทู้: 29
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: อาม
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 

สรุป 9 รายการสัญญาณเสี่ยงของรถยนต์ที่สื่อว่ารถของเรากำลังจะมีปัญหา เเต่!! สามารถป้องกันได้ด้วยการหมั่นตรวจสอบและเช็คสภาพรถยนต์เป็นประจำ หรือนำรถยนต์เข้ารับการตรวจสอบสภาพโดยละเอียดที่ศูนย์บริการ โดยสัญญาณเตือนที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษก่อนรถจะเกิดปัญหามีดังต่อไปนี้


1. เบรก
- เบรกรถแล้วมีเสียงเสียดสีเหมือนหนูร้องทั้งหน้าด้านหรือหลังรถ เพราะผ้าเบรกรถกำลังจะหมด ทำให้ชุด จานเบรกอาจเสียหายได้
- แม้ไม่ได้ลุยน้ำ แต่เบรกลื่น หยุดรถไม่ได้ เบรกแล้วรถปัดไปข้างใดข้างหนึ่ง
- แป้นเบรกจมลึกลงไป เมื่อถอนเท้าออกมาแล้ว


2. ยาง
- ยางบวมจนทำให้รถยนต์สั่น เนื่องจากยางหมดอายุ
- ดอกยางตรงกลางล้อ สึกหรอมากกว่าขอบ แสดงว่าเติมลมแข็งเกินไป
- ดอกยางขอบล้อ สึกหรอมากกว่าตรงกลาง แสดงว่าเติมลมอ่อนเกินไป
- ดอกยางสึกหรอข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่ามุมแนวตั้งของยางไม่ตรง
- ดอกยางเป็นบั้ง แสดงว่าแนวของยางไม่ขนานกับแนวเคลื่อนที่ของรถ


3. เกียร์
- มีเสียงดังขณะอยู่ที่เกียร์ว่าง หรือเข้าเกียร์ใดเกียร์หนึ่งอยู่
- เปลี่ยนเกียร์ยาก มีอาการติดขัด หรือต้องขยับอยู่นาน
- มีเสียงดังขณะเข้าเกียร์และเหยียบคลัตซ์แล้ว


4. พวงมาลัย

- พวงมาลัยหนัก หรือต้องใช้แรงมากผิดปกติในการบังคับเลี้ยว
- พวงมาลัยหลวมเกินไป โดยมีระยะฟรีเกิน 1 นิ้ว
- พวงมาลัยสั่นในขณะขับ ยิ่งขับเร็วขึ้นไปอีกก็ยังสั่นเพิ่มขึ้นไปมากกว่าเดิม พอเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกระยะ
หนึ่งกลับสั่นน้อยกว่าเดิมหรือบางคันสั่นมากเหมือนจะสั่นกันไปทั้งคัน


5. คลัตซ์
- คลัตซ์ลื่น หรือเข้าคลัตซ์ไม่สนิท หรือเหยียบแป้นคลัตซ์แล้ว แต่ยังเข้าเกียร์ได้ยาก
- คลัตซ์มีเสียงดัง เมื่อเหยียบแป้นคลัตซ์
- แป้นคลัตซ์สั่นขึ้นลง ขณะกำลังขับควรนำรถ


6. การสตาร์ทรถ
- ใช้เวลานานกว่าจะติด เกิน 30 วินาทีโดยประมาณ อาจเพราะแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือมอเตอร์สตาร์ทเสีย


7. น้ำมัน และ การเผาไหม้เชื้อเพลิง
- ควันดำจากรถดีเซล เกิดได้จากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์มาจากหลายสาเหตุได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ กรองอากาศอุดตัน ปรับแต่งปั๊มหัวฉีดไม่เหมาะสม
- ควันขาวจากรถเบนซินมัก แสดงว่ารถยนต์มีปัญหาในการเผาไหม้
- รอยน้ำมันหยดจากใต้ท้องรถ ซึ่งเกิดหลายสาเหตุต้องรีบตรวจสอบ
- อาการเหยียบคันเร่งแล้วรถตอบสนองช้ากว่าที่เคยเป็นแต่ไม่มีรอยน้ำมันรั่ว อาจต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วแต่ก็ยังเหมือนเดิมก็ต้องตรวจดู ตัวกรองอากาศและกรองน้ำมันเชื้อเพลิง


8. เครื่องยนต์
- เครื่องร้อน หรือเย็นจัดเกินไป ไม่สัมพันธ์กับระยะทางที่ขับ เข็มวัดอุณหภูมิยังไม่เคลื่อนที่ หรืออุณหภูมิสูงเกินไป มีเสียงดังผิดปกติจากเครื่องยนต์
- เสียงเครื่องดังผิดปกติ เหมือนเหล็กกระทบกัน หรือเสียงน็อก (knocking)


9. ไฟชาร์จ
- เมื่อสตาร์ทรถติดแล้ว ไฟชาร์จจะสว่างแล้วดับลง แต่ถ้าไฟชาร์จไม่สว่าง หรือสว่างแล้วไม่ยอมดับ อาจเกิดจากไดชาร์จผิดปกติหรือสาเหตุอื่นจากสัญญาณความผิดปกติที่เกริ่นมาข้างต้น บางส่วนสามารถเคลมประกันรถยนต์ได้ ดังนั้นควรพิจารณาเลือกทำประกันภัยรถยนต์ที่ไว้วางใจได้จะได้อุ่นใจในการขับขี่ทุกครั้ง



เปรียบเทียบประกันรถยนต์ คลิก ประกันรถยนต์